Articles : บทความ สาระน่ารู้ สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล
ประวัติบีเกิ้ล
จำนวนผู้เข้าชม 1175 คน
 
ประวัติบีเกิ้ล..สุนัขหูตูบ หางตั้ง นันย์ตาเศร้า
โดย จักรพันธ์ จันทรัศมี
The Caesar Beagles www.thecaesar.com
    ไม่น่าเชื่อว่า สุนัขตัวเล็กๆ แววตาเศร้าๆ ที่พวกเรากาลังหลงเสน่ห์กันอยู่ในขณะนี้ จะสามารถทางานให้กับมนุษย์เราได้มากมายเหลือเกิน มันไม่ได้เก่งแค่วิ่งไปคาบลูกบอล หรือแค่เห่าหอนเมื่อเห็นคนแปลกหน้าเท่านั้นหลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า บีเกิ้ล คือสุนัขที่ได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ตารวจดับเพลิงให้สืบหาสาเหตุของการลักลอบวางเพลิง และที่น่าทึ่ง…. ซึ่งไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่งคือ บีเกิ้ลได้กลายเป็นนักกาจัดปลวกไปเสียแล้ว โดยมีส่วนช่วยค้นหาบริเวณที่มีปลวกอาศัยอยู่เพื่อให้มนุษย์กาจัด นอกจากนี้บีเกิ้ลยังเป็นสุนัขที่สามารถใช้บาบัดรักษาผู้ป่วยบางประเภทได้ (Therapy Dog) บีเกิ้ลช่วยเจ้าหน้าที่ของรัฐในการสืบหาพืชผลทางการเกษตรและสัตว์ต้องห้ามต่างๆ ที่แอบลักลอบนาเข้าผ่านมาทางสนามบิน เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรต้องอาศัยบีเกิ้ลในการค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายที่อาจลักลอบนาเข้าประเทศ ไม่เว้นแม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ก็เล็งเห็นประโยชน์จากบีเกิ้ล ยกย่องให้เป็นสุนัขทดลองในห้องแล็ป แต่กรณีหลัง  นี้ ก็น่าเห็นใจเพื่อนซี้สี่ขาหูตูบ หางตั้ง ตาเศร้า เหลือเกินที่ต้องอุทิศตัวยอมเจ็บปวดเพื่อความ ก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เหมือนเป็นทุกขลาภของบีเกิ้ล ที่เกิดมามีขนาดร่างกายสมส่วน (Compact Dog) ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป จึงเหมาะที่จะเป็นสัตว์ทดลองและทางานในสนาม บินได้โดยที่ไม่ทาให้ผู้คนแตกตื่น ตรงกันข้ามกับสร้างสีสันและสร้างบรรยากาศที่ดีให้แก่ผู้พบเห็นเสียอีก และด้วยความโดดเด่นที่สุดของบีเกิ้ล คือ “จมูกอัจฉริยะ” จึงถูกนาไปสะกดรอยดมกลิ่นสืบหาสิ่งของและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ อยู่เสมอ ๆ แต่ประโยชน์ประการสาคัญที่คนทั่วโลกมองเห็นเหมือนกันและไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ บีเกิ้ลเป็นสุนัขที่เหมาะกับคาว่า “เพื่อนซี้ของมนุษย์” (Man’s Best Friend) ทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้ใหญ่ เด็กคนชรา และอาจรวมถึงสตรีมีครรภ์ด้วยก็ได้
   เอาล่ะครับ ! ถึงเวลาที่ผมจะเล่าตานานและเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจของบีเกิ้ล “สุนัขสารพัดประโยชน์” เสียที หลังจากที่ค้างกันเอาไว้ตั้งแต่ฉบับที่แล้ว หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าบีเกิ้ลเป็นสุนัขในกลุ่มฮาวน์ดที่มีขนาดเล็กที่สุดและด้วยความเล็กกะทัดรัดนี้เอง ทาให้สันนิษฐานกันว่า คาว่า Beagle น่าจะมีที่มาจากคาว่า “beag” มีความหมายว่า “Small” ซึ่งเป็นภาษาของชนเผ่าเซ็ลท (Celt) ซึ่งเป็นคนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะอังกฤษก่อนที่บรรพบุรุษของชาวอังกฤษในปัจจุบันจะเข้ามาตั้งรกราก ดังนั้นสรุปว่าถ้าเป็นบีเกิ้ลต้องเล็กกระทัดรัดหรือจะเรียกว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว” หรือ “เล็กพริกขี้หนู” ก็ได้ บีเกิ้ลเป็นสุนัขล่าสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายสุนัขพันธุ์ฟ็อกซ์ฮาวนด์ย่อส่วน แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็มีความสามารถในการสะกดรอยไล่ล่ากระต่ายป่า (Hare)โดยใช้จมูกดมกลิ่นด้วยความคล่องแคล่วว่องไว ซึ่งบรรพบุรุษของบีเกิ้ลก็มีสายเลือดนักล่าเช่นกันแต่มีขนาดใหญ่กว่า ดังนั้นมนุษย์ในสมัยโบราณจึงพัฒนานักล่าตัวใหญ่เทอะทะให้มีขนาดเล็กลงแต่ยังคงคุณสมบัติในการสะกดรอยด้วยการดมกลิ่นเอาไว้ เห็นแล้วใช่ไหมครับว่า ความเป็นมาของนักล่าตัวจิ๋วนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เชื่อหรือไม่ว่าบีเกิ้ลตัวน้อยๆ ที่คุณกาลังอุ้มมันไว้ในอ้อมกอดขณะนี้มีวิวัฒนาการย้อนอดีตไปถึง 400 ปีก่อนคริสต์กาล จากหลักฐานระบุว่ามีสุนัขล่าสัตว์ขนาด เล็กชนิดหนึ่งได้รับความนิยมในประเทศกรีซ และก็มีหลักฐาน
ปรากฏด้วยเช่นกันว่ามีสุนัขลักษณะเดียวกันนี้อยู่ที่ เกาะอังกฤษในราวคริสต์ศักราชที่ 200 ถ้าถามว่าเทือกเถาเหล่ากอของบีเกิ้ลในปัจจุบันคือสุนัขพันธุ์ใด ก็น่าจะตอบได้ว่าสุนัขขนาดใหญ่สีขาวมีพละกาลังในการไล่ล่ามหาศาลที่มีชื่อ เรียกว่า ทัลบ็อต ฮาวน์ด (Talbot Hound) คือบรรพบุรุษตัวจริงเสียงจริงของบีเกิ้ลในปัจจุบันนั่นเอง
 
อย่างไรก็ตามยุคที่ถือว่าบีเกิ้ลได้รับความนิยมสูงสุด ก็น่าจะเป็นราว ค. ศ. 1300-1400 ในสมัยกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 2 (King Edward II) และกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 (King Henry VIII) แห่งราชวงศ์อังกฤษ และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในรัชสมัยของพระราชินีอลิซาเบ็ท (Elizabeth I) ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 โดยจะนาบีเกิ้ลใส่ตระกร้าวางไว้บนอานม้าในขณะเดินทางเพื่อนาไปใช้ในการล่าสัตว์ ว่ากันว่าบีเกิ้ลของพระองค์มีขนาดเล็กมาก วัดความสูงจากหัวไหล่ถึงปลายเท้าได้เพียง 9 นิ้ว เล็กขนาดที่สามารถจับใส่เข้าไปในถุงมือได้สบาย จึงเรียกบีเกิ้ลขนาดเล็กนี้ว่าเป็นบีเกิ้ลฉบับกระเป๋า (Pocket Beagles) และเป็นที่รู้จักกันในนาม “อลิซาเบ็ทบีเกิ้ล” ความนิยมในกีฬาล่าสัตว์ทำให้มีการเพาะพันธุ์สุนัขบีเกิ้ลมากขึ้น และแล้วก็ถึงเวลาที่บีเกิ้ลได้ออกเดินทางจากอังกฤษสู่สหรัฐอเมริกาในฐานะของ นักกีฬาล่ากระต่ายป่าที่โด่งดัง ผู้เลี้ยงบีเกิ้ลชาวอเมริกันในช่วงนั้นจะนาเข้าบีเกิ้ลที่มีขนาดเล็กกว่าที่ประเทศอังกฤษ และไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องความสวยงามและความสมดุลย์ของโครงสร้างร่างกาย เท่าใดนัก อาจเป็นเพราะมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อใช้ในเกมล่ากระต่ายป่าเท่านั้น ยังดีที่ต่อมาได้มีการรวมตัวของผู้เพาะเลี้ยงบีเกิ้ลกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งให้ความสาคัญอย่างมากกับการพัฒนาสายพันธุ์บีเกิ้ลให้มีมาตรฐาน ผู้ที่นับว่าเอาจริงเอาจังมากที่สุดคนหนึ่งคือ ท่านนายพล Richard Rowett แห่งมลรัฐอิลินอยส์ ได้ลงทุนนาเข้าบีเกิ้ลสายพันธุ์ดีเยี่ยมจากประเทศอังกฤษ มีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษที่ชัดเจน และวางโปรแกรมผสมพันธุ์ รวมทั้งจัดระบบการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ และจากความพยายามของท่านนายพลได้ทาให้โฉมหน้าของสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล สัญชาติอเมริกา มีรูปร่างหน้าตา โครงสร้าง สัดส่วนที่สวยงาม โดยความสาเร็จนี้เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น เมื่อสุนัขบีเกิ้ลเพศผู้และเพศเมียที่ชื่อ Rattler และ Belle สามารถทาผลงานได้ดีในงานประกวดสุนัข (The Dog Show) ในช่วงปี ค.ศ 1870 และ1880
      คราวนี้คงอยากทราบแล้วใช่ไหมครับว่ามาตรฐานสายพันธุ์บีเกิ้ลที่ใช้เป็นเกณฑ์สาหรับการประกวดเกิดขึ้นเมื่อไรและใครเป็นคนคิดขึ้นมา เอาล่ะครับ ! ผมต้องเล่าปูพื้นย้อนไปถึงศตวรรษที่ 18 เมื่อมีผู้เพาะพันธุ์บีเกิ้ลชาวเมืองฟิลาเดเฟียได้รวมตัวกันร่างมาตรฐานสายพันธุ์ขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ปี ค. ศ. 1884 และก่อตั้ง The American-British Beagle Club ซึ่งต่อมาก็คือ The National Beagle Club of America (NBC) องค์กรบีเกิ้ลที่ผู้รักบีเกิ้ลสไตล์อเมริกาส่วนใหญ่รู้จักกันดีนั่นเอง ในขณะที่ปีเดียวกันนี้สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งอเมริกา (AKC-The American Kennel Club) ก็ถูกก่อตั้งขึ้นและรับรองให้มาตรฐานสายพันธุ์ฉบับนี้เป็นมาตรฐานสายพันธุ์บีเกิ้ลฉบับแรก และหลังจากนั้นเมื่อปี ค.ศ. 1900 มาตรฐานสายพันธุ์ก็ได้ถูกปรับปรุงใหม่โดยเพิ่มเติมและให้ความสาคัญในเรื่องของอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนไหว (Running Gear) ซึ่งหมายถึงขาหน้า สะโพก ต้นขา ขาหลัง และอุ้งเท้ามากยิ่งขึ้น
 
     พูดถึงตรงนี้…ผมก็อดไม่ได้ที่จะไม่พูดเรื่องของการให้คะแนนบีเกิ้ลสาหรับการ ประกวดแบบ Conformation Dog Show หรือการประกวดความสวยงามของโครงสร้างสุนัขตามมาตรฐานสายพันธุ์ที่พบเห็นกัน บ่อย ๆ ตามห้างสรรพสินค้าในบ้านเรานั่นเอง โดยเกณฑ์การให้คะแนนเต็ม 100 แบบอเมริกา (AKC Standard-Scale Of Points) ในปัจจุบันจะแบ่งคะแนนออกเป็น 4 ส่วนใหญ่คือ ส่วนศีรษะ (Head) จะประกอบไปด้วย กะโหลก หู ตา และมุมปาก รวม 25 คะแนน ส่วนโครงสร้าง (Body) จะประกอบไปด้วยคอ หน้าอก หัวไหล่ เส้นหลัง และซี่โครง รวม 35 คะแนน ส่วนการเคลื่อนไหว (Running Gear) มี 30 คะแนน และส่วนอื่น ๆ คือเส้นขน ผิวหนังและหาง มี 10 คะแนน ดังนั้นสุนัขที่มีโครงสร้างดีและมีการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์จึงมีโอกาสชนะสูง เนื่องจากคะแนนทั้งสองส่วนนี้รวมกันมากถึง 65 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 การประกวดสุนัขในอเมริกาในยุคแรก ๆ บีเกิ้ลจะมีความสูงหลากหลายตั้งแต่ขนาดเล็กมาก ๆ จนอาจเรียกได้ว่าเป็น Beagle Toy จนถึงความสูงที่ 16 นิ้วตามมาตรฐานของบีเกิ้ลอังกฤษ แต่ต่อมาบีเกิ้ลได้ถูกแบ่งให้มี 2 รุ่นคือ ขนาดที่มีความสูงไม่เกิน 13 นิ้ว (เรียกว่ารุ่น 13 นิ้ว) และมีความสูงตั้งแต่ 13 นิ้วขึ้นไปแต่ไม่เกิน 15 นิ้ว (เรียกว่ารุ่น 15 นิ้ว) แต่อย่างไรก็ตามบีเกิ้ลที่เป็นที่ 1 ของแต่ละรุ่นก็ยังคงต้องมาแข่งขันกันเพื่อหาผู้ชนะเพียงตัวเดียวเพื่อเก็บ คะแนนสะสมเป็นแชมเปี้ยน (Championship Points) หรือถ้าเป็นบ้านเราก็เรียกว่าเก็บ C.C. (Certificate Challenge) และผลที่เกิดขึ้นก็คงจะพอเดากันได้ว่าบีเกิ้ล 15 นิ้ว มักจะเป็นฝ่ายชนะบีเกิ้ล 13 นิ้ว เก็บคะแนนสะสมไว้ได้เสมอ ๆ เนื่องจากโครงสร้างที่ใหญ่กว่า แต่การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอีกเมื่อปี ค.ศ. 1928 โดยบีเกิ้ลที่เป็นที่ 1 ของทั้งสองรุ่นไม่ต้องมาแข่งขันกันอีก ต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ชนะและได้คะแนนสะสมกันไปทั้งคู่ โดยผู้ชนะรุ่น 15 นิ้วจะได้ตาแหน่ง Best of Variety 15 inch และผู้ชนะรุ่น 13 นิ้วจะได้ตาแหน่ง Best of Variety 13 inch
 
 
Articles : บทความ สาระน่ารู้ สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล
- ประวัติบีเกิ้ล
ดูทั้งหมด

About Us Beagle Thailand
   Official sponsor By
Belamax Kennel
   Articles / บทความ สาระน่ารู้ สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล
      มาตรฐานสายพันธุ์
      ประวัติบีเกิ้ล
      โรคของบีเกิ้ล
   Show Events
      Champion Of Champions Dog Show 2014
      NONGKHAI DOG SHOW 2014
   สถิติผู้เข้าชม Beagle Thailand Dog
   Stud Dogs Beagle Thailand
   สถิติผู้เข้าชม Beagle Thailand Dog
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 2
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 10
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 34,303
 ปรับปรุงเว็บ 23/04/2557
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
Co sponsor By
 
 
 
Copyright 2013 By Beagle Thailand All Rights Reserved.
ขอสงวนสิทธิ์ในการเผยแพร่รูปภาพ และบทความต่างๆจากเว็บไซต์นี้
Beagle Thailand : Bangkok Thailand, Email: petnews2005@gmail.com
Engine by MAKEWEBEASY